You are using an outdated browser. Please upgrade your browser to improve your experience and security.

mega moolah 80 free spins:Inventors and Inventions of the Industrial Revolution

หวย ออก 17 มกราคม 2562,ส่วนการขยายสาขาช่วงที่เหลือของปีจะเปิดสาขาโฮมโปรอีก 1 สาขาที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และสาขาเมก้า โฮม อีก 1 สาขาที่อรัญประเทศ โดยครึ่งปีแรกเปิดสาขาโฮมโปรและเมก้ารวมกัน 8 สาขา เงินลงทุน 6 พันล้านบาท ซึ่งลดลงจากงบลงทุนปกติที่ตั้งไว้ 8 พันล้านบาท,กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยลดลงจากระดับ 223,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2551 และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เช่นกัน แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังถือว่าแข็งแกร่ง จึงเกิดกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ธนาคารกลางฝรั่งเศสเปิดเผยผลสำรวจภาคธุรกิจที่แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจของฝรั่งเศสในช่วงไตรมาส 3 จะขยายตัว 0.3% จากไตรมาส 2บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ก่อตั้งโดยตระกูลจิราธิวัฒน์ในปี 2523 โดยปัจจุบันตระกูลจิราธิวัฒน์ถือหุ้นบริษัทในสัดส่วน 63% บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารในประเทศไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 บริษัทบริหารโรงแรม 41 แห่ง รวมจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 7,805 ห้อง โดยโรงแรมทั้งหมดตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของไทยและในต่างประเทศ 4 ประเทศ ได้แก่ มัลดีฟส์ เวียดนาม ศรีลังกา และอินโดนีเซีย บริษัทบริหารงานโรงแรมภายใต้แบรนด์ เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทารา และ เซ็นทรา และมีโรงแรมของตนเองทั้งสิ้น 15 แห่ง โดย 1 แห่งอยู่ภายใต้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ โรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของโดยตรงคิดเป็นสัดส่วน 49% ของจำนวนห้องทั้งหมดขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 689.41 ล้านบาท หรือ 0.77 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 17.66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 585.93 ล้านบาท หรือ 0.66 บาทต่อหุ้น CPFTrading แนวรับ 20.40-20.20 แนวต้าน 21.50 ตัดขาดทุน 20.00นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่า โดย 7 เดือนที่ผ่านมาค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมา 6% โดยเฉพาะเดือน ก.ค.58 อ่อนค่าลงมากที่สุด 3.5% มองว่าแนวโน้มจะอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในช่วงเดือน ก.ย.นี้ โดยได้ปรับประมาณการณ์ค่าเงินบาทใหม่สิ้นปีนี้อยู่ที่ 36 บาท/ดอลลาร์ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 34 บาท/ดอลลาร์มูลค่าการเทคโอเวอร์ดังกล่าวของนายบัฟเฟตต์ในครั้งนี้ สูงกว่าวงเงิน 2.67 หมื่นล้านดอลลาร์ที่เขาใช้ซื้อกิจการทางรถไฟของ BNSF ในปี 2010 ขณะที่นักลงทุนมองว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกรรมการควบรวมกิจการและเข้าซื้อกิจการ (M A) ในแวดวงวอลล์สตรีทยังคงมีอยู่ และจะช่วยหนุนตลาดหุ้นให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 6% ต่อปีจากการเพิ่มราคาห้องพักและจากอัตราการเข้าพักโรงแรมตามปกติที่ระดับ 78% นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะขยายจำนวนร้านอาหารเพิ่มเป็น 1,200 ร้านภายในปี 2563 ด้วย โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงานคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 21%-22% ส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานจะปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3,500 ล้านบาท ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมของบริษัทจะสูงกว่าระดับ 20% และอัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายจะอยู่ที่ระดับ 6 เท่า พอร์ตเปิด Long เล่นรอบระยะกลาง มีเป้าหมายทำกำไรที่ 1130 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนกรณีอ่อนตัวหลุดระดับ 1175 ดอลลาร์ขณะที่บริษัทตั้งเป้าที่จะเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ 26 โครงการ มูลค่าราว 2.6-2.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวสูง 40% และโครงการแนวราบ 60% โดยในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเปิดตัวไปแล้ว 28 โครงการ และช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทเตรียมงบลงทันไว้ราว 2 พันล้านบาทเพื่อใช้ซื้อที่ดิน ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการทำโครงการซุปเปอร์ซีโร่เพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยเริ่มในวันที่ 1-31 ส.ค. 58 ซึ่งจะนำโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย 78 โครงการมาร่วมงานเพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดเพิ่มเติมด้วย、 สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 10 ส.ค.58นอกจากนี้ หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ ยังปรับตัวลดลงกว่า 28.28% จาก 71.74 ล้านบาท มาอยู่ที่ระดับต่ำเพียง 51.45 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขที่ออกมาดังกล่าว เป็นผลจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ และการบริหารจัดการระบบด้านการติดตามหนี้คำแนะนำ: Open Long ใน S50U15 ที่แนวรับ 920 หรือเมื่อทะลุผ่านแนวต้านที่ 924 ขึ้นไปได้ โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 935สำหรับข่าวที่ปรากฎอยู่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการติดตามตรวจสอบ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งกำกับดูแลบริษัทเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยบริษัทได้ให้ความร่วมมือ และนำส่งข้อมูลตามที่ร้องขอทุกประการ, เก็งกำไรหุ้นใหญ่ จิตวิทยาบวก: ADVANC INTUCH DTAC EGCO RATCH KTB TMBโดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ระยะเวลาจองซื้อ ระหว่างวันที่ 10-11 และ 13 สิงหาคม 2558 โดยมีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารธนชาต เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดแคมเปญช่วยเหลือลูกค้าในระดับรากหญ้า โดยถ้าหากลูกค้าคืนหนี้ทั้งหมดก่อนกำหนดบริษัทจะคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 60% ของดอกเบี้ยคงค้างทั้งหมด เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้า,แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะในการแข่งขันที่แข็งแกร่งในธุรกิจหลักของบริษัทต่อไป ทั้งนี้ อันดับเครดิตของบริษัทอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หากบริษัทสามารถเพิ่มจำนวนและความหลากหลายให้แก่ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารได้โดยที่ยังคงรักษาสถานะทางการเงินให้อยู่ได้ในระดับปัจจุบัน ในทางตรงข้าม อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากผลการดำเนินงานของบริษัทหดตัวลงเป็นเวลานาน หรือบริษัทมีการลงทุนที่มีการก่อหนี้จำนวนมากนายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยวันนี้ (10 ส.ค.) แกว่งไซด์เวย์และวอลุ่มเทรดบาง เนื่องจากตลาดฯ ยังไม่มีปัจจัยกระตุ้นใหม่เข้ามาในช่วงนี้ และราคาน้ำมันยังปรับตัวลงกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน ซึ่งวันนี้มีน้ำหนักกดดันดัชนีฯมากสุด โดยนางสาวอุมาพร และนางสาวศรีวรัตน์ เป็นบุตรสาวของนายธีรวัฒน์ ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ซึ่งภายหลังการเข้าทำรายการ ณ วันที่ 11 ส.ค. จะทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่เปลี่ยนแปลงไป แต่กลุ่มธัญลักษณ์ภาคย์ จะยังคงถือหุ้นในสัดส่วนเท่าเดิมที่ 51.606%สาเหตุหลักมาจากการรับรู้กำไรสุทธิ (หลังหักภาษี) จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แก่บลจ. ยูซิตี้ จำนวน 2,528.50 ล้านบาท เนื่องบริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในบริษัทย่อย 2 แห่งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท BTSA ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ และที่ดินบริเวณถนนพหลโยธิน และบริษัท ก้ามกุ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณถนนพญาไท ให้แก่ บริษัท ยูซิตี้ จำกัด (มหาชน) (บมจ. ยูซิตี้) (ชื่อเดิม: NPARK) เพื่อแลกกับหุ้นสามัญเพิ่มทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิของ บมจ. ยูซิตี้ โดยบริษัทจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดในราคา 9,404.10 ล้านบาท เพื่อแลกกับหุ้นสามัญทั้งหมด 35.64% ใน บมจ. ยูซิตี้ และใบสำคัญแสดงสิทธิ。

ประคองตัวสู้ชีวิต ดัชนีแกว่งออกข้างในกรอบแคบ มองสัปดาห์หน้ามีลุ้นกลับไปเกิน 1,440 จุด โดยจะมี Trigger Fund 2 กองใหม่เป็นตัวช่วยผยุงตลาด กลยุทธ์ยังเหมือนเดิมคือ ระยะสั้นเก็งหุ้นผลประกอบการ 2Qอ8 เด่น BLA IVL IRPC และ SYNTEC ระยะกลางให้สะสมหุ้นผลประกอบการ 2Hอ8 สดใส SCC อีกทั้งยังมี MACD ที่ Breakout แนวต้านเดิมบริเวณ 0.0235 ขึ้นมาได้ เป็นตัวที่สะท้อนได้ถึง Momentum ของแรงซื้อที่น่าจะยังมีต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เชื่อ CHG จะกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 2.02 บาท อีกครั้ง หากผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 2.12 บาท,โดยบริษัทจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยระยะเวลาเสนอขายหุ้นกู้ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2558 ในเวลาทำการของผู้จัดการการจัดจำหน่ายครั้งนี้คือ บล.เอเซียพลัสดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าลดลง 12.53 จุด หรือ 0.06% แตะที่ 20,712.03 จุด NWR ออกหุ้นกู้ มูลค่า 1.5 พันลบ. ขายนักลงทุนทั่วไป-ผู้ลงทุนสถาบัน。 นายรัฐภูมิ นันทปถวี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบัญชีการเงิน บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC มั่นใจกำไรปี 58 จะดีกว่าปีก่อนที่ทำได้ 377.36 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตตามรายได้ที่คาดว่าจะสูงสุดทำสถิติใหม่ หลังผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกออกมา 5.10 พันล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับผลประกอบการทั้งปีของปี 57 แล้ว โดยจะมีสัดส่วนรายได้จากการรับจ้างผลิต (OEM) 50% ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า 35% ชิ้นส่วนยานยนต์ 11% และส่วนที่เหลือเป็นอื่นๆ 4%จากการประเมินพบว่าธนาคารพาณิชย์ไทยมีความเข้มแข็งมาก โดยดูจากอัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 16.8% ซึ่งสูงกว่าระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.5% กว่าเท่าตัว อีกทั้งธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่ามีโอกาสน้อยมากที่ประเทศไทยจะเกิดปัญหาวิกฤตทางการเงินเช่นในอดีต แนะนำซื้อ WHA โดยมีแนวรับที่ 3.94 และ 3.90 และมีแนวต้านที่ 4.20 และ 4.40 เป็นจุดขายทำกำไร,โดยแม่สะเรียง โซลา เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในอ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3.08 เมกะวัตต์ ซึ่งเริ่มผลิตและจ่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)แล้ว แบ่งเป็น 3 โครงการ โดยโครงการแรกมีปริมาณขายตามสัญญา 0.96 เมกะวัตต์ มีส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า (Adder) 6.50 บาท/หน่วย ส่วนอีก 2 โครงการ มีปริมาณขายตามสัญญาโครงการละ 0.96 เมกะวัตต์ ได้รับส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า 8 บาท/หน่วย เป็นเวลา 10 ปีนับจากวันที่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (COD), อีกทั้งยังมี MACD ที่ Breakout แนวต้านเดิมบริเวณ 0.0235 ขึ้นมาได้ เป็นตัวที่สะท้อนได้ถึง Momentum ของแรงซื้อที่น่าจะยังมีต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เชื่อ CHG จะกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 2.02 บาท อีกครั้ง หากผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 2.12 บาทนายดีลิป กุมาร์ อากาวาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจวัตถุดิบและ PET บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้สูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 1,485.38 ล้านบาท โดยเป็นผลจากบริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มในกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงยังขยายการดำเนินงานไปยังผลิตภัณฑ์ที่จำเป็น (Necessities) ในตะวันตก ทำให้ช่วยสนับสนุนการทำกำไรในปีนี้ ปัจจุบันซื้อขายที่ส่วนลด 15% จาก NAV ของธุรกิจใกล้เคียงกับระดับในอดีตที่ 15-25% สำหรับสถานการณ์ของชิ้นส่วนรถยนต์นั้นก็ถือว่าชะลอไปตามภาวะตลาดรถยนต์ในประเทศที่ชะลอตัวลง ขณะที่การรับจ้างผลิต และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้ายังถือว่าปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องปรับอากาศที่มีการขยายตัวค่อนข้างมากตามอากาศที่ร้อนมากในปีนี้ทั้งนี้คาดว่าการที่ TUFถูกฟ้องอาจกระทบอารมณ์การลงทุนโดยประเด็นกรณีนี้แยกเป็นคนละกรณีกับข้อหาผูกขาดตลาด แต่อย่างไรก็ตามมองว่าประเด็นนี้มาจากด้านของผู้บริโภค ซึ่งจัดว่าเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ และใช้เวลานานในการฟ้องร้องโดยดัชนี MSCI Asia Pacific ทะยาน 0.4% แตะที่ 141.99 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียวสัญญาทองคำได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลง 0.43% แตะที่ 97.17 เมื่อคืนนี้ ทั้งนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาน้ำมันทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์ มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆนอกจากนี้ หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ ยังปรับตัวลดลงกว่า 28.28% จาก 71.74 ล้านบาท มาอยู่ที่ระดับต่ำเพียง 51.45 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขที่ออกมาดังกล่าว เป็นผลจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ และการบริหารจัดการระบบด้านการติดตามหนี้TRC ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะดีดตัวขึ้นผ่านแนว Downtrend Line พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงสนับสนุน เครื่องมือ MACD พุ่งชี้ตัด 0 ขึ้น เป็นสัญญาณซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่บริเวณ 2.36 บาท และแนวต้านถัดไปที่จุดสูงสุดเดิม 2.56 บาทคำแนะนำของ ASLถือหรือซื้อระยะสั้นเมื่อยืนSMA5 วัน ผ่านยืน 1.71 ขึ้นมาเป็นสัญญาณซื้อ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ก่อตั้งโดยตระกูลจิราธิวัฒน์ในปี 2523 โดยปัจจุบันตระกูลจิราธิวัฒน์ถือหุ้นบริษัทในสัดส่วน 63% บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารในประเทศไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 บริษัทบริหารโรงแรม 41 แห่ง รวมจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 7,805 ห้อง โดยโรงแรมทั้งหมดตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของไทยและในต่างประเทศ 4 ประเทศ ได้แก่ มัลดีฟส์ เวียดนาม ศรีลังกา และอินโดนีเซีย บริษัทบริหารงานโรงแรมภายใต้แบรนด์ เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทารา และ เซ็นทรา และมีโรงแรมของตนเองทั้งสิ้น 15 แห่ง โดย 1 แห่งอยู่ภายใต้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ โรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของโดยตรงคิดเป็นสัดส่วน 49% ของจำนวนห้องทั้งหมดบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 290.94 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.29 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นราว 64.46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ไตรมาส 2 ปี 2557) ที่มีกำไรสุทธิ 176.91 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.17 บาทต่อหุ้นMACD เคลื่อนไหวออกด้านข้างที่ระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 50 นักลงทุนระสั้นที่เปิด Long ที่ต้นทุน 49.5 ดอลลาร์ แนะนำให้ถือต่อ โดยตัดขาดทุนหากราคาปิดต่ำกว่า 48 ดอลลาร์。

The Industrial Revolution (1750–1900) forever changed the way people in Europe and the United States lived and worked. These inventors and their creations were at the forefront of a new society.


  • Spinning and weaving

    The creation of the following ingenious machines made possible the mass production of high-quality cotton and woolen thread and yarn and helped transform Great Britain into the world’s leading manufacturer of textiles in the second half of the 18th century.

    The spinning jenny. About 1764 James Hargreaves, a poor uneducated spinner and weaver living in Lancashire, England, conceived a new kind of spinning machine that would draw thread from eight spindles simultaneously instead of just one, as in the traditional spinning wheel. The idea reportedly occurred to him after his daughter Jenny accidentally knocked over the family’s spinning wheel; the spindle continued to turn even as the machine lay on the floor, suggesting to Hargreaves that a single wheel could turn several spindles at once. He obtained a patent for the spinning jenny in 1770.

    The water frame. So called because it was powered by a waterwheel, the water frame, patented in 1769 by Richard Arkwright, was the first fully automatic and continuously operating spinning machine. It produced stronger and greater quantities of thread than the spinning jenny did. Because of its size and power source, the water frame could not be housed in the homes of spinners, as earlier machines had been. Instead, it required a location in a large building near a fast-running stream. Arkwright and his partners built several such factories in the mountainous areas of Britain. Spinners, including child laborers, thereafter worked in ever-larger factories rather than in their homes.

    The spinning mule. About 1779 Samuel Crompton invented the spinning mule, which he designed by combining features of the spinning jenny and the water frame. His machine was capable of producing fine as well as coarse yarn and made it possible for a single operator to work more than 1,000 spindles simultaneously. Unfortunately, Crompton, being poor, lacked the money to patent his idea. He was cheated out of his invention by a group of manufacturers who paid him much less than they had promised for the design. The spinning mule was eventually used in hundreds of factories throughout the British textile industry.

  • The steam engine

    Through its application in manufacturing and as a power source in ships and railway locomotives, the steam engine increased the productive capacity of factories and led to the great expansion of national and international transportation networks in the 19th century.

    Watt’s steam engine. In Britain in the 17th century, primitive steam engines were used to pump water out of mines. In 1765 Scottish inventor James Watt, building on earlier improvements, increased the efficiency of steam pumping engines by adding a separate condenser, and in 1781 he designed a machine to rotate a shaft rather than generate the up-and-down motion of a pump. With further improvements in the 1780s, Watt’s engine became a primary power source in paper mills, flour mills, cotton mills, iron mills, distilleries, canals, and waterworks, making Watt a wealthy man.

    The steam locomotive. British engineer Richard Trevithick is generally recognized as the inventor of the steam railway locomotive (1803), an application of the steam engine that Watt himself had once dismissed as impractical. Trevithick also adapted his engine to propel a barge by turning paddle wheels and to operate a dredger. Trevithick’s engine, which generated greater power than Watt’s by operating at higher pressures, soon became common in industrial applications in Britain, displacing Watt’s less-efficient design. The first steam-powered locomotive to carry paying passengers was the Active (later renamed the Locomotion), designed by English engineer George Stephenson, which made its maiden run in 1825. For a new passenger railroad line between Liverpool and Manchester, completed in 1830, Stephenson and his son designed the Rocket, which achieved a speed of 36 miles (58 km) per hour.

    Steamboats and steamships. Steamboats and other steamships were pioneered in France, Britain, and the United States in the late 18th and early 19th centuries. The first commercially successful paddle steamer, the North River Steamboat, designed by American engineer Robert Fulton, traveled up the Hudson River from New York City to Albany, New York, in 1807 at a speed of about 5 miles (8 km) per hour. Eventually, ever larger steamboats delivered cargo as well as passengers over hundreds of miles of inland waterways of the eastern and central United States, especially the Mississippi River. The first transoceanic voyage to employ steam power was completed in 1819 by the Savannah, an American sailing ship with an auxiliary steam-powered paddle. It sailed from Savannah, Georgia, to Liverpool in a little more than 27 days, though its paddle operated for only 85 hours of the voyage. By the second half of the 19th century, ever larger and faster steamships were regularly carrying passengers, cargo, and mail across the North Atlantic, a service dubbed “the Atlantic Ferry.”

  • Harnessing electricity

    In the early 19th century, scientists in Europe and the United States explored the relationship between electricity and magnetism, and their research soon led to practical applications of electromagnetic phenomena.

    Electric generators and electric motors. In the 1820s and ’30s British scientist Michael Faraday demonstrated experimentally that passing an electric current through a coil of wire between two poles of a magnet would cause the coil to turn, while turning a coil of wire between two poles of a magnet would generate an electric current in the coil (electromagnetic induction). The first phenomenon eventually became the basis of the electric motor, which converts electrical energy into mechanical energy, while the second eventually became the basis of the electric generator, or dynamo, which converts mechanical energy into electrical energy. Although both motors and generators underwent substantial improvements in the mid-19th century, their practical employment on a large scale depended on the later invention of other machines—namely, electrically powered trains and electric lighting.

    Electric railways and tramways. The first electric railway, intended for use in urban mass transit, was demonstrated by German engineer Werner von Siemens in Berlin in 1879. By the early 20th century, electric railways were operating within and between several major cities in Europe and the United States. The first electrified section of London’s subway system, called the London Underground, began operation in 1890.

    The incandescent lamp.In 1878–79 Joseph Wilson Swan in England and later Thomas Alva Edison in the United States independently invented a practical electric incandescent lamp, which produces continuous light by heating a filament with an electric current in a vacuum (or near vacuum). Both inventors applied for patents, and their legal wrangling ended only after they agreed to form a joint company in 1883. Edison has since been given most of the credit for the invention, because he also devised the power lines and other equipment necessary for a practical lighting system. During the next 50 years, electric incandescent lamps gradually replaced gas and kerosene lamps as the major form of artificial light in urban areas, though gas-lit street lamps persisted in Britain until the mid-20th century.

  • The telegraph and the telephone

    Two inventions of the 19th century, the electric telegraph and the electric telephone, made reliable instantaneous communication over great distances possible for the first time. Their effects on commerce, diplomacy, military operations, journalism, and myriad aspects of everyday life were nearly immediate and proved to be long-lasting.

    The telegraph. The first practical electric telegraph systems were created almost simultaneously in Britain and the United States in 1837. In the device developed by British inventors William Fothergill Cooke and Charles Wheatstone, needles on a mounting plate at a receiver pointed to specific letters or numbers when electric current passed through attached wires. American artist and inventor Samuel F.B. Morse created his own electric telegraph and, more famously, a universal code, since known as Morse Code, that could be used in any system of telegraphy. The code, consisting of a set of symbolic dots, dashes, and spaces, was soon adopted (in modified form to accommodate diacritics) throughout the world. A demonstration telegraph line between Washington, D.C., and Baltimore, Maryland, was completed in 1844. The first message sent on it was, “What hath God wrought!” Telegraph cables were first laid across the English Channel in 1851 and across the Atlantic Ocean in 1858. In the United States the spread of telegraphic communication through the growth of private telegraph companies such as Western Union aided the maintenance of law and order in the Western territories and the control of traffic on the railroads. What’s more, it enabled the transmission of national and international news through wire services such as the Associated Press. In 1896 Italian physicist and inventor Guglielmo Marconi perfected a system of wireless telegraphy (radiotelegraphy) that had important military applications in the 20th century.

    The telephone. In 1876 Scottish-born American scientist Alexander Graham Bell successfully demonstrated the telephone, which transmitted sound, including that of the human voice, by means of an electric current. Bell’s device consisted of two sets of metallic reeds (membranes) and electromagnetic coils. Sound waves produced near one membrane caused it to vibrate at certain frequencies, which induced corresponding currents in the electromagnetic coil connected to it, and those currents then flowed to the other coil, which in turn caused the other membrane to vibrate at the same frequencies, reproducing the original sound waves. The first “telephone call” (successful electric transmission of intelligible human speech) took place between two rooms of Bell’s Boston laboratory on March 10, 1876, when Bell summoned his assistant, Thomas Watson, with the famous words that Bell transcribed in his notes as “Mr. Watson—Come here—I want to see you.” Initially the telephone was a curiosity or a toy for the rich, but by the mid-20th century it had become a common household instrument, billions of which were in use throughout the world.

  • The internal-combustion engine and the automobile

    Among the most-consequential inventions of the late Industrial Revolution were the internal-combustion engine and, along with it, the gasoline-powered automobile. The automobile, which replaced the horse and carriage in Europe and the United States, offered greater freedom of travel for ordinary people, facilitated commercial links between urban and rural areas, influenced urban planning and the growth of large cities, and contributed to severe air-pollution problems in urban areas.

    The internal-combustion engine. The internal-combustion engine generates work through the combustion inside the engine of a compressed mixture of oxidizer (air) and fuel, the hot gaseous products of combustion pushing against moving surfaces of the engine, such as a piston or a rotor. The first commercially successful internal-combustion engine, which used a mixture of coal gas and air, was constructed about 1859 by Belgian inventor étienne Lenoir. Initially expensive to run and inefficient, it was significantly modified in 1878 by German engineer Nikolaus Otto, who introduced the four-stroke cycle of induction-compression-firing-exhaust. Because of their greater efficiency, durability, and ease of use, gas-powered engines based on Otto’s design soon replaced steam engines in small industrial applications. The first gasoline-powered internal-combustion engine, also based on Otto’s four-stroke design, was invented by German engineer Gottlieb Daimler in 1885. Soon afterward, in the early 1890s, another German engineer, Rudolf Diesel, constructed an internal-combustion engine (the diesel engine) that used heavy oil instead of gasoline and was more efficient than the Otto engine. It was widely used to power locomotives, heavy machinery, and submarines.

    The automobile. Because of its efficiency and light weight, the gasoline-powered engine was ideal for light vehicular locomotion. The first motorcycle and motorcar powered by an internal-combustion engine were constructed by Daimler and Karl Benz, respectively, in 1885. By the 1890s a nascent industry in continental Europe and the United States was producing increasingly sophisticated automobiles for mostly wealthy customers. Less than 20 years later American industrialist Henry Ford perfected assembly-line methods of manufacturing to produce millions of automobiles (especially the Model T) and light trucks annually. The great economies of scale he achieved made automobile ownership affordable for Americans of average income, a major development in the history of transportation.

Special Subscription Bundle Offer!
Learn More!
online online casino vegas x free play black desert online mmorpg league of angels 3 download for pc best free online rpg william hill online betting sports betting skyforge ps4 gameplay subnautica download best slot machine apps grid 2 split screen
warzone best loadout garena free fire game download local co op ps4 games cash coaster slot machine breakout online
kingdom hearts mmo best mmorpg 2019 free to play dragon nest mobile private server 2020 aplay casino vagrant gta
viva video app download for android phone 2018 mmorpg games for ps4 best website to download pc games minecraft free download for android the hunter call of the wild multiplayer